การปฏิสนธิ  การตั้งครรภ์  และการคลอด
 

                                                                      

        1. การตกไข่ เมื่อถึงวันที่ 14 ของรอบเดือนจะมีไข่สุก 1 ฟอง ถูกปล่อยออกจากรังไข่ข้างใดข้างหนึ่ง และพร้อมที่จะรับการผสม(ปฏิสนธิ) ไข่จะผ่านปีกมดลูกเข้าสู่ท่อนำไข่ และจะมีชีวิตอยู่ได้ 24 ชั่วโมง เท่านั้น ถ้าไม่มีการผสมเกิดขึ้นไข่จะถูกขับออกสู่ช่องคลอด
พร้อมกับเยื่อบุผนังมดลูกเป็นประจำเดือน เมื่อถึงกำหนดรอบเดือน

        2. การปฏิสนธิ สเปิร์มหรือเชื้ออสุจิ จะมีสารซึ่งสามารถละลายผนังที่ห่อหุ้มปกป้องไข่ได้และจะมีสเปิร์มเพียงตัวเดียว
ที่เจาะเข้าสู่ไข่ได้สำเร็จหลังจากนั้นตัวอื่นๆจะไม่สามารถเข้าไปได้อีก สเปิร์มจะสลัดหางทิ้ง และส่วนหัวที่เข้าไปในไข่จะเริ่มพองขึ้น
ในที่สุดจะหลอมรวมกันกับไข่เป็นเซลล์เดียว

                                                                   
                                                                                                อสุจิกับไข่
                                                             ที่มา : http://www.jabchai.com/main/view_joke.php?id=1493
                                                       
            ที่มา : http://www.jabchai.com/main/view_joke.php?id=1493                        ที่มา : www.thaigoodview.com/ files/u1240/70.jpg
        3. การแบ่งตัวของเซลล์ แทบจะทันทีที่การปฏิสนธิเกิดขึ้น เซลล์จะเริ่มแบ่งตัวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
และเคลื่อนตัวผ่านท่อนำไข่มาสู่โพรงมดลูก

    
 
ไข่เคลื่อนตัวไปฝังที่โพรงมดลูก
ที่มา
: http://www.snr.ac.th/elearning/kamtorn/section1.1.htm

        4. ถึงโพรงมดลูก ในราววันที่ 4 หลังจากการปฏิสนธิ ไข่ที่ผสมแล้วจะมาถึงโพรงมดลูก  ตอนนี้ไข่จะมีลักษณะเป็นลูกกลม
ประกอบด้วยเซลล์ราว 100 เซลล์ ภายในลูกกลมนี้เป็นโพรงบรรจของเหลว และจริงๆแล้ว ก็มีขนาดเล็กจนไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ลูกกลมนี้จะใช้เวลาอีก 2-3 วัน ล่องลอยอยู่ในโพรงมดลูก

        5. การฝังตัว ประมาณปลายสัปดาห์ที่ 3 ไข่ที่ผสมเสร็จแล้วจะฝังตัวลงในเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งมีลักษณะนุ่มและหนา
เมื่อเกาะยึดกันมั่นคงดีแล้ว ก็อาจถือได้ว่าการปฏิสนธิดำเนินไปอย่างเรียบร้อยสมบูรณ์ ไข่ที่ผสมแล้ว ระยะนี้เรียกว่า
เอ็มบริโอ (Embryo) จะยื่นส่วนอ่อนนุ่มลักษณะคล้ายนิ้วมือแทรกลึกลงไปในผนังมดลูกเพื่อสร้างทางติดต่อกับเลือดของแม่
 ต่อมาส่วนนี้จะเจริญเป็นรก มีการสร้างสายสะดือและถุงน้ำคร่ำห่อหุ้มต่อไป ตัวเอ็มบริโอเองก็จะมีเนื้อเยื่อพิเศษสามชั้น
ซึ่งต่อไปแต่ละชั้นก็สร้างเป็นอวัยวะต่างๆของร่างกายนั่นเอง

                 ขณะที่ทารกเจริญอยู่ในครรภ์   ทารกจะอาศัยอยู่ในถุงน้ำคร่ำซึ่งช่วยปกป้องทารกจากอันตรายต่าง ๆได้ดี  
 และทารกจะได้รับสารอาหารและอาหารโดยผ่านทางรก   ซึ่งเป็นส่วนที่ติดต่อกับมดลูกของแม่   มีหลอดเลือดจากแม่
มาเลี้ยงบริเวณรกนี้มากมาย   หลอดเลือดจากรกจะเชื่อมต่อกับตัวทารกทางสายสะดือ  
ดังนั้น   รกเป็นทางผ่านเข้าออกของสารอาหาร   อากาศและของเสียจากทารกอยู่ตลอดเวลา

 

 

 

 

 

 

 รูป ทารกอยู่ในถุงน้ำคร่ำโดยมีสายสะดือและรกเป็นทางผ่านของอาหาร  อากาศ  และของเสีย

                            นอกจากอาหารและอากาศซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตและรอดชีวิตของทารกในครรภ์แล้ว  
อารมณ์ของผู้เป็นแม่ขณะตั้งครรภ์ก็มีผลต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ด้วย  
                            ดังนั้นผู้ที่ตั้งครรภ์นอกจากจะต้องบำรุงสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง   โดยการกินอาหารที่มีประโยชน์  
งดเว้นสิ่งเสพย์ติดทั้งหลายแล้ว
  
ยังต้องทำจิตใจให้แจ่มใสอีกด้วย   ทั้งนี้ก็เพื่อทารกที่อยู่ในครรภ์จะได้มีความแข็งแรงสมบูรณ์
ทั้งร่างกายและจิตใจ   ขณะเดียวกันผู้ที่กำลังจะเป็นพ่อก็ควรให้ความเอาใจใสและทะนุถนอมน้ำใจของผู้ที่จะเป็นแม่ด้วย

                           เมื่อทารกเจริญเติบโตอยู่ในครรภ์จนกระทั้งมีอายุประมาณ  38  สัปดาห์  หรือ  เดือน  หรือ  280  วัน
นับจากวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย   ซึ่งถือเป็นช่วงครบกำหนดคลอดรกจะเริ่มเสื่อมสภาพ   ทารกเตรียมพร้อมที่จะคลอด
 และมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับตัวแม่โดยฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองจะกระตุ้นให้กล้ามเนื้อผนังมดลูกบีบตัว   ประกอบด้วยการหดตัว
ของกล้ามเนื้อหน้าท้องทำให้ปากมดลูกเปิด   ถุงน้ำคร่ำแตก   มดลูกบีบตัวอย่างแรงดันให้ทารกออกมาทางช่องคลอด  
                        โดยปกติส่วนศีรษะของทารกจะโผล่ผ่านปากช่องคลอดออกมาก่อน   หลังจากทารกคลอดออกมาแพทย์ผู้ทำคลอด
จะต้องผูกสายสะดือให้แน่นทั้งด้านตัวแม่และด้านตัวลูกก่อนที่จะตัดสายสะดือ   เพื่อป้องกันการสูญเสียเลือดจากตัวแม่และลูก  
หลังจากทารกคลอดออกมาประมาณ 
10 - 15 
นาที  มดลูกจะบีบตัวให้รกหลุดออกมา

 

 

 

 

 

 

 

 


                                                                                          รูป ขั้นตอนการคลอด

                             ภายหลังจากการคลอดต่อมใต้สมองจะหลั่งฮอร์โมนออกมาเพื่อกระตุ้นการผลิตน้ำนมและต่อจากนั้น  2 - 3  วัน  
มารดาจะมีน้ำนมซึ่งมีลักษณะขุ่นเล็กน้อย   สีค่อนข้างเหลือง   เรียกว่า   น้ำนมน้ำเหลือง   ซึ่งมีส่วนผสมต่างจากน้ำนมธรรมดา
ตรงที่มีไขมันน้อยกว่าหรือไม่มีไขมันเลย   น้ำนมน้ำเหลืองนี้เป็นน้ำนมชุดแรกที่มารดาผลิตขึ้น   มีประโยชน์และคุณภาพ
ทางอาหารสูงมากเหมาะสำหรับทารก   หลังจากนั้นประมาณวันที่ 
3 - 4 
หลังคลอด จึงมีการผลิตน้ำนมธรรมดา